'สะพานระบายน้ำ' แก้น้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิ
ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสะพานระบายน้ำ ซึ่งสามารถระบายน้ำได้สูงสุด 100 ลบ.ม./วินาที เป็นอย่างไรไปดูกัน






จากการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และการก่อสร้างสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดบริการปัญหาสำคัญซึ่งต้องเร่งแก้ไข คือการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมบริเวณโดยรอบและพื้นที่ส่วนใต้ถึงฝั่งทะเลอ่าวไทย เพราะบริเวณที่ทำการก่อสร้างสนามบินเป็นบริเวณที่ลุ่มต่ำและเป็นแหล่งรับน้ำปริมาณสูงพร้อมกับเป็นทางน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนและปริมาณน้ำหลากจากบริเวณด้านตะวันออกไหลเข้ามารวมตัวเป็นเสมือนแก้มลิง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงพระราชทานแนวทางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจากปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง เป็นพื้นที่ลุ่มมีระดับพื้นดินต่ำ บางแห่งมีลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งท้องกระทะ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ พื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ จึงเป็นสถานที่รองรับการขยายตัวจากความหนาแน่นของประชากรในเขตเมืองหลวง การสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณทางน้ำหลาก ทำให้สูญเสียพื้นที่รองรับน้ำกว่า 20,000 ไร่

การสร้างและการขยายถนน โครงการบริการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ การสูบน้ำบาดาล ตลอดจนการปลูกสร้างที่พักอาศัย โรงเรือนต่างๆ รวมถึงการขยายตัวและการพัฒนาพื้นที่อย่างรวดเร็ว ไม่เป็นไปตามผังเมืองรวมอย่างเป็นระบบ ย่อมจะส่งผลต่อสาธารณะเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ส่วนนี้ต่อเนื่องลึกเข้าสู่พื้นที่ชั้นกลางและชั้นในของกรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล






กรมชลประทาน เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการบรรเทาภัยทางน้ำได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อจะแก้ไขปัญหาการระบายน้ำและการจัดการน้ำหลากในพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินและการจัดการน้ำหลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออกเป็นแบบบูรณาการทั้งลุ่มน้ำโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่เพื่อเร่งระบายน้ำจากคลองสำโรงและน้ำหลากบริเวณด้านเหนือคลองสำโรงไปยังชายทะเล และสูบระบายน้ำออกทะเลโดยตรง

นอกจากนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำหลากทั้งพื้นที่เร่งด่วนและพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเร่งดำเนินการวางและติดตั้งระบบโทรมาตรอุทกวิทยาเพื่อติดตามและเฝ้าระวังสภาพน้ำหลากและการทำงานของเครื่องสูบน้ำด้วย จึงได้ทำการว่าจ้างสถาบันที่ปรึกษา ประกอบด้วย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อดำเนินงานศึกษาสำรวจและออกแบบเบื้องต้น แล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเปิดโครงการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547 ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปี พ.ศ. 2548–ปี พ.ศ. 2553)

สะพานนี้เป็น โครงการระบายน้ำบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคลองระบายน้ำสายหลักของพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบิน โดยการเร่งระบายน้ำจากคลองสำโรงไปยังชายทะเล และสูบระบายออกสู่ทะเลโดยตรง ทำให้สามารถลดสภาวะน้ำท่วมและความเสียหายจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิผล 

โดยลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กยกสูงจากถนนสุขุมวิทประมาณ 6 เมตร มีความกว้าง 25 เมตร กำแพงสูงข้างละ 3.15 เมตร และใช้เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมย่านชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ตามแนวทางพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สะพานนี้ออกแบบให้สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 100 ลบ.ม./วินาที มีงบประมาณในการก่อสร้าง 10,465.089 ล้านบาท 






สามารถติดตามสภาพน้ำหลากและการทำงานของเครื่องสูบน้ำในการบริหารจัดการน้ำหลากทั้งระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง ช่วยบริหารจัดการน้ำหลากมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยการนำเอาระบบโทรมาตร หรือ Telemetering System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการรายงานข้อมูลสภาพน้ำฝน และอัตราการไหลของน้ำหรืออื่นๆ ณ เวลาจริงจากพื้นที่ทั้งหมด 49 สถานี โดยใช้ระบบ GPRS 14 สถานี ระบบวิทยุสื่อสาร 12 สถานี และระบบไฟเบอร์ออฟติก 23 สถานี ส่งข้อมูลมายังสถานีแม่ข่ายหรือห้องควบคุม ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังสภาพน้ำหลาก การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของระดับน้ำทะเลหนุน เพื่อคาดการสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้นและสามารถวางแผนการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว






อีกทั้งได้มีการสร้างถนนคันคลอง และสะพานสำหรับรถยนต์เชื่อมโยงจากถนนสุขุมวิท-เทพารักษ์ ไปจนถึงบางนาตราดจำนวน 2 ช่องจราจร เพื่อเตรียมไว้รองรับการขยายถนน เป็น 4 ช่องจราจร ในอนาคตถนนทั้งสองฝั่งของคลองระบายน้ำเป็นผิวจราจรแบบ Asphaltic Concrete ทั้งสองฝั่งของคลองระบายน้ำ รวมความยาวประมาณ 23.60 กิโลเมตร






ทำให้สามารถช่วยลดปัญหาการจราจรของจังหวัดสมุทร ปราการซึ่งปัจจุบันมีปัญหาค่อนข้างมาก และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิเปิดดำเนินการ และช่วยให้มีแหล่งน้ำจืดสำหรับทำการเกษตรหรือกิจกรรมอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง โดยสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งถึง 2 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งยังเป็นการช่วยเสริมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและระบบนิเวศของจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย


ที่มา : https://www.dailynews.co.th/article/606252
วิชัย ประพฤติดี : รายงาน
เฉลิมชัย 
อ่อนละออ : ภาพ 



จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 0 คน
   
รหัส ชื่อ - นามสกุล โรงเรียน ตอบคำถาม


 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก