การสัมผัสธรรมชาติ







การพัฒนาอะไรก็ตามที่ทำให้ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น มักนำไปสู่ความเสื่อม แต่การพัฒนาที่ทำให้ง่ายขึ้น เบาขึ้น ถือเป็นการทำให้ดีขึ้น การดูแลใจของเราก็เช่นกัน วิถีธรรมชาติที่พาให้เราสงบ เบา สบาย ย่อมทำให้เราเกิดสุขภาวะทางปัญญาได้

แม้มนุษย์และธรรมชาติจะพึ่งพาอาศัยกันมาเนิ่นนาน ทว่าวิถีการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันกลับกำลังค่อยๆ แยกมนุษย์ให้ห่างไกลออกจากธรรมชาติไปทุกที จนหลายครั้งทำให้เราหลงลืม วิ่งวนเพื่อค้นหาวิธีเอาชนะ ขัดขืน ฝืนธรรมชาติ จนลืมไปว่านั่นคือหนทางที่พาเราให้ออกห่างจากความสุขที่แท้จริงไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว

คำว่า ‘ธรรมชาติ’ ในที่นี้นั้น มิได้มีความหมายเพียงแค่ป่าเขาลำเนาไพร แต่หมายถึงทุกสิ้งที่อยู่รายรอบตัวเราทั้งภายนอกและภายในจิตใจ ดังที่เคยมีคำกล่าวว่า ‘ดินที่ดีที่สุดในโลกนี้ ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล หากอยู่ในใจของตัวเราเอง’







เมื่อวิถีการดิ้นรนของชีวิตดำเนินมาถึง ณ จุดหนึ่ง หากเราเพียงแต่ลองหยุดนิ่ง และหันกลับมาหาธรรมชาติ เราจะพบว่าการได้อยู่กับธรรมชาติจะทำให้เกิดความเงียบสงบ ยิ่งเราพิจารณาธรรมชาติจนเห็นความเป็นจริงว่า ธรรมชาติเป็นอย่างนั้นเอง มีสายลม แสงแดด นกร้อง มีความงดงามตามอย่างที่ธรรมชาติเป็น ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะตกผลึกจนเกิดเป็นความเงียบสงบจากภายใน เป็นภาวะที่ไม่ฝืน ไม่หนี ไม่ผลักดัน ไม่วิ่งหา เพราะรู้ว่าทุกอย่างมันเป็นเช่นนั้นเอง


โจน จันใด หนึ่งในผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในวิถีธรรมชาติ ได้กล่าวถึงความสุขจากการสัมผัสธรรมชาติไว้ว่า

“ถ้าเราอยากได้รถคันหนึ่ง เราซื้อมันมาได้ เราจะตื่นเต้นยินดีกับมันมากในวันสองวันแรก แต่พอเราใช้ไปสักพักหนึ่ง ความพอใจจะลดลงๆ อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเราได้อยู่กับธรรมชาติที่เย็นสบาย งดงาม สงบเยือกเย็น เราจะรู้สึกถึงความยั่งยืน นิ่ง ไม่เสื่อมลง และไม่แปรเปลี่ยนง่าย เพราะเป็นสิ่งที่อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและเป็นจริง โอกาสที่จะพลิกเปลี่ยนเป็นไปได้ยากมาก ชีวิตเรามั่นคงมากขึ้น แม้ว่าเราจะไม่มีเงิน แต่เรารู้สึกมั่นใจ และมั่นคงในวิถีของเรามากขึ้น”

ว่ากันว่า การพัฒนาอะไรก็ตามที่ทำให้ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น มักจะเป็นการพัฒนาที่นำไปสู่ความเสื่อม แต่การพัฒนาที่ทำให้ง่ายขึ้น เบาขึ้น เพลิดเพลินขึ้น ถือเป็นการทำให้ดีขึ้น การดูแลใจของเราก็เช่นกัน การสัมผัสธรรมชาติที่พาให้เรารู้สึกสงบ เบา สบาย ย่อมทำให้เราเกิด ‘สุขภาวะทางปัญญา’ มองเห็นความสุขในชีวิตที่แท้จริงได้ในที่สุด








อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวเมืองที่ไม่ได้มีโอกาสอาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี ก็ใช่ว่าจะไร้โอกาสในการเข้าถึงความสุขจากการสัมผัสธรรมชาติ เพราะแม้แต่ในดอกหญ้าเพียงหนึ่งดอก ใบไม้เพียงหนึ่งใบ หนอนผีเสื้อเพียงหนึ่งตัว หากเราเพ่งพินิจพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็สามารถทำให้เรามองเห็นความเป็นจริงของธรรมชาติได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และพาเราไปถึงความสุขที่แท้จริงได้เช่นกัน ดังเช่นคำกล่าวของ ท่านอังคาร กัลยาณพงษ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า

…..”เราต้องอ่านธรรมชาติให้ออก ถึงจะมีความสุข”……


ขอขอบคุณ

ข้อมูล : หนังสือสุขแท้กลางใจเรา เครือข่ายพุทธิกา

ภาพ : www.freepik.com, www.pixabay.com

จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 0 คน
   
รหัส ชื่อ - นามสกุล โรงเรียน ตอบคำถาม


 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก