"สวนอูบุญตู"หัวใจอยู่ร่วมกัน วิถีบ้านดิน- กินไอติมผัก






เที่ยวบ้านดินท่ามกลางสวนผักอูบุญตู ที่ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี พอได้ยินชื่อสวนผักนี้ ผมต้องถามว่า “อูบุญตู” คำนี้แปลว่าอะไร เพราะคุ้นๆ ว่าเหมือนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ Ubuntu เลย ภรรยายังไม่เฉลย แถมบอกว่าสวนนี้นอกจากจะมีแปลงผัก โรงเพาะชำและบึงน้ำของฝูงห่านแล้ว ก็ยังมี “กาแฟอูบุญตู” และ “ไอติมผัก” ให้ได้ชิมกันด้วยนะ






วันที่ไปเยี่ยมชมสวนผักเป็นการรวมตัวชาวเกษตรอินทรีย์ขนาดย่อมๆ ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในการทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนำผลผลิตมาจำหน่ายในราคาย่อมเยามากๆ (ขนุนอร่อยๆ และผักเขียวสดๆ ในราคาเพียงชุดละ 10 บาทเท่านั้นเองครับ) แม้ว่าแดดจะแรงสักนิดแต่ “บ้านดิน” ก็ไม่ร้อนจนอบอ้าว มีลมพัดเย็นสบายเพราะพอจะมีลมหนาวมาช่วยอีกแรง

คุณวรรณ- สุทธวรรณ วชิรธนุศร ผู้ริเริ่มลงมือพลิกผืนดินที่เคยเป็นดินทรายร้อนแล้งแห่งนี้ ให้สามารถปลูกผัก รักษ์โลกด้วยวิถีธรรมชาติได้ในที่สุด เธอเล่าว่าเดิมทีเป็นคนกรุงเทพฯ เคยทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน ต่อมาได้ย้ายมาทำงานอยู่ที่ปราจีนบุรีและได้ซื้อที่ดินจากเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้ หลังจากนั้น ก็ลองออกมาทำธุรกิจร้านขายของเล่นเด็กอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งพบว่ามันไม่ใช่!






พอตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มเดินตามความฝันที่จะมาทำงานด้านการเกษตรอย่างเต็มตัวจึงไปศึกษาเพิ่มเติม ทั้งจาก คอร์สแม่โจ้บ้านดินที่เชียงใหม่ และเรียนวิชาการจัดการเกษตรอินทรีย์จากธรรมศาสตร์ด้วย แต่ช่วงเริ่มต้นต้องเรียกว่าเริ่มจากศูนย์จริงๆ เพราะยังไม่มีความรู้และประสบการณ์อะไรเลย ต้องลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ โชคดีที่ได้พบผู้เชี่ยวชาญเรื่องดินมาช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

สรรหาวัตถุดิบที่ได้จากชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เช่น เปลือกผลไม้ที่เหลือ หรือหัวปลาจากร้านอาหารมาหมักเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ แถมยังมีทีมงานที่มีความตั้งใจเดียวกันมาช่วยทำและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ทำให้ “สวนอูบุญตู” เกิดขึ้นและดำรงอยู่ต่อมาจนเกือบครบ 2 ปีแล้ว

ที่นี่มีทั้งผักสลัดและพืชผักสวนครัวที่สร้างผลผลิตให้ได้กิน ได้ขายพอเลี้ยงตัวอยู่ได้ ในขณะเดียวกัน คุณวรรณ ก็ยังท้าทายตัวเองด้วยการลองปลูกพืชผักชนิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อย่างต้น “แมคนัท” ที่มีผลรูปร่างรีๆ สีออกแดงส้ม ดูแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวจี๊ดแน่ๆ

คุณวรรณ เห็นทุกคนทำท่าสงสัยกันนักเลยเด็ดให้กินกันสดๆ เดี๋ยวนั้นเลย ปรากฏว่าผิดคาดมากๆ เพราะเนื้อแน่นเคี้ยวมันเหมือนกับกินถั่วแมคคาดีเมียตามชื่อ “แมคนัท” นั่นเอง นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีราคาขายสูงถึงกิโลละ 350 บาทเลยทีเดียว






ผู้เข้าชมเดินไปทักทายฝูงห่านที่บึงหลังแปลงผัก เจ้าพวกห่านเห็นคนแปลกหน้าปุ๊บก็ส่งเสียงโวยวายลั่นเลย สมกับที่เขาร่ำลือกันว่า... “ใช้ห่านเฝ้าบ้านได้ดีไม่แพ้สุนัข” เพราะท่าทางที่เอาเรื่องและเสียงที่ดังแปดหลอดของพวกมันนี่แหละครับ พอเดินดูรอบๆ แล้วเริ่มรู้สึกหิวเลยได้เวลาชิมกาแฟอร่อยๆ ตามด้วย “ไอติมที่ทำจากผัก!” ลองดูสีสันแล้วคล้ายไอติมชาเขียว แต่รสชาตินี่ต้องบอกว่าแจ่มมากๆ เป็นวิธีที่จะช่วยให้เด็กๆ อยากกินผักขึ้นมาอย่างแน่นอน

มื่อถามถึงความหมายของชื่อ “อูบุญตู” คุณวรรณก็เฉลยให้ฟังว่ามันคือหัวใจของการอยู่ร่วมกัน “I am because we are” ซึ่งเป็นปรัชญาแอฟริกัน ที่เล่าต่อกันมาเมื่อว่า... “เด็กๆ แอฟริกันเผ่าหนึ่ง ได้รับคำเชิญชวนให้เล่นเกมโดยมีผลไม้ตะกร้าใหญ่ตั้งไว้เป็นรางวัล กติกาก็คือถ้าใครวิ่งไปถึงก่อนก็จะได้ผลไม้ทั้งหมดนั้นไปครอบครอง แต่เด็กๆ กลับเลือกที่จะจับมือวิ่งไปพร้อมๆ กันและนำผลไม้มาแบ่งกันกินอย่างเท่าเทียม แสดงถึงน้ำใจและการแบ่งปันของสังคมที่เชื่อว่าเราจะมีความสุข เมื่อคนอื่นๆ ก็สุขไปด้วยกัน” ซึ่งเราก็เห็นได้ว่าแนวคิดนี้มันเกิดขึ้นจริงที่นี่ ในชุมชนเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ เพราะต่างคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ใครที่เคยคิดว่าอยากหันมาทำเกษตรอินทรีย์ ใช้ชีวิตวิถีพอเพียงตามรอย “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9” ขอให้ได้มีโอกาสลองทำดู โดยหาเครือข่ายพึ่งพาอาศัยกัน และรู้จักพากเพียรต่อยอดความคิดจากสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง “ไอติมผัก” แบบนี้ เชื่อว่าต้องประสบความสำเร็จได้ในที่สุดครับ ลองติดตามกิจกรรมของสวนผักอูบุญตูได้ที่ https://www.facebook.com/ubuntufarm


ที่มา : https://www.dailynews.co.th/article/616358



จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 0 คน
   
รหัส ชื่อ - นามสกุล โรงเรียน ตอบคำถาม


 
 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก