กฟน. เตือน ประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า ผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัย






นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มมิจฉาชีพ จำหน่ายอุปกรณ์ที่อ้างว่า สามารถช่วยควบคุมเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า หรือ ลดค่าไฟฟ้าได้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีอุปกรณ์ประหยัดไฟชนิดใดสามารถช่วยลดอัตราการใช้ไฟฟ้าได้ โดยขณะนี้มีผู้ใช้ไฟฟ้าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อหลายราย กฟน. จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพดังกล่าวเพราะอาจผิดกฎหมายมีอันตรายถึงชีวิตได้


กฟน. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่จำหน่ายไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ มีความห่วงใยประชาชนต่อประเด็นการหลอกลวงจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าดังกล่าว โดยปัจจุบันมีมิจฉาชีพแอบอ้างขายอุปกรณ์บางอย่างที่ทำให้ลดค่าไฟได้นั้น กฟน. ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง อีกทั้งหากมีการปรับแต่งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า หรือต่อกระแสไฟฟ้าโดยไม่ผ่านเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้านั้น ถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงสามารถตรวจสอบได้ โดยผู้ที่กระทำความผิดจะต้องชำระเบี้ยปรับและค่าไฟฟ้าส่วนต่างย้อนหลังตามระเบียบของการไฟฟ้านครหลวงอีกด้วย นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว หรือไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของเพลิงไหม้ และก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 



สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่จำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น เข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย กฟน. ตรวจสอบพบมี 3 ลักษณะคือ 

1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลยมีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 

2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง

3) เป็นบัตรสำหรับติดหรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า



อย่างไรก็ตาม กฟน. ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการปรับตั้งค่าการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม โดยเฉพาะควรใช้เครื่องปรับอากาศโดยตั้งอุณหภูมิไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากการปรับตั้งอุณหภูมิที่ต่ำหรือเย็นเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าและใช้ไฟฟ้ามากขึ้นด้วย อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น




ที่มา : http://www.mea.or.th



 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก