กฟน. พร้อมควบคุมจัดการระบบไฟฟ้าผลักดันสถานีชาร์จ เดินหน้าใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย





การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มุ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถควบคุมสั่งการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมจับมือผู้ประกอบการทุกราย ขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เดินหน้าให้บริการด้านรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต เต็มรูปแบบ


นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 กฟน. เป็นหน่วยงานแรกที่ริเริ่มนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในกิจการตลอดจนวิจัยและพัฒนารวมทั้งผลักดันให้เกิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าขึ้นเป็นที่แรกในการไฟฟ้านครหลวงเขตต่างๆ จำนวนถึง 10 สถานี และจะครอบคลุมทุกที่ทำการ เร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กฟน. ที่จะเป็นองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในระดับสากล ที่พร้อมในการควบคุมและจัดการระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ความรับผิดชอบด้านความมั่นคงของพลังงานไฟฟ้าของ กฟน. ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ จึงเชื่อมั่นได้ว่า กฟน. พร้อมเดินหน้าพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อมาใช้กำกับดูแลและกำหนดหลักเกณฑ์ในการเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้าในการสนับสนุนภาคธุรกิจส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทให้มีความเพียงพอ มั่งคง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากมีการใช้งานหรือเชื่อมต่อที่ปราศจากการควบคุมอย่างถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าในภาพรวมได้  ที่ผ่านมา กฟน. ได้ร่วมสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องหลายรายถือเป็นความร่วมมือกับองค์กรภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ กฟน. ในการเดินหน้าสู่ธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมและส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทปลั๊กอินไฮบริด  (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV) และประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ทั่วประเทศ ที่รัฐตั้งเป้าหมายไว้รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579 



ทั้งนี้ กฟน. พร้อมทำหน้าที่กำกับ ดูแล ให้คำปรึกษาและอนุญาตในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของ กฟน. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดย กฟน. มีแผนที่จะขับเคลื่อน Smart Super EV Multi Charging Port ตลอดจนการออกแบบการติดตั้งและพัฒนาแบตเตอรี่ให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าได้ทุกยี่ห้อ ตลอดจนการพัฒนา Application เพื่อเป็นการต่อยอดจากบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้ารถยนต์ไฟฟ้า และในเร็ว ๆ นี้ กฟน. จะเปิดตัวเทคโนโลยีทันสมัยมิติใหม่เป็นครั้งแรกในการควบคุมจัดการที่พร้อมให้บริการครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการและลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ล่าสุด โดยมุ่งเน้นฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ เช่น การค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดและมีหัวอัดประจุไฟฟ้าที่ว่างพร้อมให้บริการได้ทันที , การจองหัวอัดประจุไฟฟ้าล่วงหน้า, การชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบรับชำระทางมือถือ, ตลอดจนการแสดงตำแหน่ง สถานะ และการวิเคราะห์พลังงานที่เหลือของรถยนต์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมรถยนต์ไฟฟ้าทางไกล เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานและการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลที่พลักดันใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป





ที่มา : http://www.mea.or.th/content/detail/87/3816



 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก