คุณูปการโลกร้อน: ‘อังกฤษ’ ฉวยใช้สถานการณ์เพิ่มศักยภาพ ‘พลังงานลม’






หนึ่งในพลังงานหลักของประเทศอังกฤษคือ “พลังงานลม”

ผลการวิจัยจาก British Antarctic Survey องค์กรสำรวจสภาพภูมิอากาศภูมิภาคแอนตาร์กติก ประเทศอังกฤษ โดยมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และมหาวิทยาลัยบริสตอล ได้สำรวจ “ผลกระทบจากปรากฏการณ์สภาพอากาศโลกอุ่นขึ้น” ว่ามีผลกระทบต่อทิศทางและพลังงานลมที่ข้ามผ่านอังกฤษ และตอนเหนือของยุโรปว่ามีผลอย่างไร

จากการเก็บข้อมูลกังหันลมบริเวณชายฝั่งอังกฤษจำนวน 282 แห่ง ซึ่งถูกใช้งานมามากกว่า 11 ปี ควบคู่ไปกับเครื่องมือด้านการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบว่าเฉพาะอังกฤษ หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมบริเวณชายฝั่งจะเพิ่มขึ้นถึง 10%

หากคำนวนจากปริมาณการผลิตและจ่ายไฟด้วยเครื่องมือเดิม พลังงานไฟฟ้าที่เก็บได้เพิ่มนี้จะเท่ากับกำลังไฟฟ้า 7 แสนครัวเรือนต่อปี แต่เพราะอังกฤษกำลังเร่งสร้างกังหันลมแห่งใหม่ นั่นหมายความว่าจำนวนไฟฟ้าที่ผลิตได้จะมากขึ้นในอนาคต

แม้ว่าในภูมิภาคยุโรป เยอรมนี โปรแลนด์ และลิทัวเนีย จะเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิประเทศที่มีศักยภาพผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ใกล้เคียงกับอังกฤษ แต่ภูมิประเทศของอังกฤษยังมีความได้เปรียบจะเป็นผู้นำด้านพลังงานลมมากกว่าอยู่ดี

“จากที่ประเทศอังกฤษเคยใช้พลังงานลมดีที่สุดเฉพาะช่วงหน้าหนาว ในอนาคตอังกฤษจะใช้พลังงานในระดับนั้นได้ถึง 9 เดือน และต่อไปก็อังกฤษจะใช้พลังงานลมในหน้าร้อนได้ในระดับสูงด้วย หมายความว่าต่อไปสัดส่วนการใช้พลังงานลมในอังกฤษจะต้องสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้” สก็อต ฮอสกิ้ง (Scott Hosking) หนึ่งในทีมวิจัย British Antarctic Survey กล่าว

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่รวมกำลังผลิตที่ได้นอกชายฝั่ง ทั้งที่อังกฤษมีแผนติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่งเพิ่มในทะเลเหนือและที่สกอตแลนด์อีก

ในอนาคต อังกฤษจะมีกำลังไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาดขนาดใหญ่มากกว่าที่รายงานฉบับนี้คาดการณ์ไว้ ซึ่งตรงกับที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กำหนดแผนไว้ว่า ภายในปี 2030 หรืออีกราวๆ 12 ปีข้างหน้า สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจะอยู่ที่ 27% ของพลังงานทั้งหมด

ในจำนวนนี้เป็นพลังงานลมมากถึง 18%



ที่มา : https://greennews.agency/?p=17239



 
RSSส่งหน้านี้ถึงเพื่อนพิมพ์บันทึก